หลับใน ประกันรถยนต์

5 เคล็ดลับแก้ หลับใน ระหว่างขับรถ

“เมาแล้วขับ” นอกจากจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุอันใหญ่หลวงแล้ว “อาการหลับใน” ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุไม่แพ้กันเลย เมื่อคนขับรถเสียการควบคุมรถย่อมก่อให้เกิดอุบัติเหตุแบบนี้ จะเห็นได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวในทีวี หรือโลกโซเชียลเสมอๆ ว่า รถชนกันเพราะหลับใน

 

นั่นเกิดจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ง่วงแค่ไหนก็ฝืนขับ วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ การนอนหลับให้พอ แต่ถ้าจำเป็นต้องขับรถจริงๆ แล้วก็กลัวว่าจะหลับใน ก็ไม่เป็นไร เรามีเทคนิคแก้หลับในมาฝากกัน

 

1 ทานอาหารให้น้อยที่สุด

ถ้าต้องขับรถทางไกล ออกทริปไกลๆ ไม่ควรกินอาหารให้อิ่มจนเกินไป ถ้าอิ่มเกินไปอาจจะทำให้ง่วงซึมได้เหมือนกัน ดังนั้น การไม่กินอาหารที่อิ่มจนเกินไปก็จะลดอาการหลับในได้

 

2 กินเครื่องดื่มที่เย็นๆ หรือมีน้ำแข็ง

เพราะความเย็นจะช่วยกระตุ้นให้เราตื่นตัว ไม่ง่วง ไม่หลับใน หรือไม่ก็เคี้ยวน้ำแข็งไปด้วยก็จะช่วยให้ไม่หลับในได้เหมือนกัน หรือเป็นกาแฟที่มีคาเฟอีนก็จะช่วยให้ไม่ง่วงนอน หากต้องขับรถเวลากลางคืน แต่ต้องงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เยอะๆ ทุกชนิด  อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

 

3 ขยับร่างกายสักหน่อย

การนั่งขับรถท่าเดียว เป็นเวลานานๆ นอกจากจะทำให้เมื่อยเนื้อตัวแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม หรือหลับในเวลาขับรถได้ ทางที่ดีควรหยุดพักการขับรถสัก 2 ชั่วโมง ก็จะช่วยไม่ให้เมื่อยตัวได้

 

4 สเปรย์น้ำแร่เย็นๆ

นอกจากจะใช้แต่งหน้าบนรถได้แล้ว ยังสามารถแก้อาการหลับในได้ดีอีกด้วย เมื่อรู้สึกตัวว่าไม่ไหวแล้ว รู้สึกว่าจะง่วง ก็ควรหยุดพักรถสักหน่อย หาอะไรที่เป็นเครื่องดื่มเย็นๆ แล้วตบท้ายด้วยสเปร์ยน้ำแร่อีกสักหน่อย ก็จะแก้อาการหลับใน

 

5 เร่งความเร็วรถกะทันหัน

เร่งความเร็วรถกะทันหันก็จะช่วยให้อดรีนาลีนในร่างกายตื่นตัวได้ไว แต่เมื่อรู้สึกว่าร่างกายตื่นตัวแล้ว ควรลดระดับความเร็งลงมาเท่าเดิม ที่สำคัญคือ ต้องดูด้วยว่า เราขับรถอยู่ในเขตชุมชน หรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

 

5 วิธีที่กล่าวมาข้างต้น คือการช่วยไม่ให้หลับในในเบื้องต้น แต่สิ่งที่จะได้ประสิทธิภาพได้ดีที่สุดคือ นอนให้พอก่อนขับรถทางไกล เพราะนี่คือวิธีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่ถ้าขับรถอยู่ไม่ไหวจริงๆ ควรนอนพักแบบจริงๆ จังๆ จะนอนในรถ หรือเช็คอินเข้าโรงแรมก็ได้ พอรู้สึกว่า ร่างกายพร้อมแล้วค่อยเดินทางต่อก็ยังไม่สายเกินไป

ประกันรถยนต์ ดูแลรถยนต์ ประกันรถชั้น 1

รู้ไว้ใช่ว่า ป้องกันสีรถ ก่อนตะลุย เทศกาลสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาอีกแล้ว รถยนต์สุดที่รักบางคันคงต้องตะลุยด่านน้ำ บุกป่าฝ่าแป้งและดินสอพองกันแน่ๆ บอกเลยว่ายังไงไง๊ก็หนีไม่ได้แน่นอน แต่อย่าเพิ่งตกใจกันไปยกใหญ่ ถ้ารู้ว่าหนีไม่ได้ ก็มาหาวิธีป้องกันเมื่อมันเกิดขึ้นดีกว่า เพราะรู้ไหมว่า แป้งหรือดินสอพอง ส่งผลต่อสีรถด้วยนะ

 

วิธีป้องกันสีรถในช่วงเทศกาลสงกรานต์

1 ก่อนออกตะลุยด่านน้ำ

สิ่งสำคัญคือ “ล้างรถ” ให้เสร็จ แล้วขั้นต่อไปคือ “น้ำยาเคลือบสี” ก็ต้องลงด้วยเหมือนกัน การเคลือบสีก็คือการป้องกันสีรถ (จะมากหรือจะน้อยก็ดีกว่าไม่ป้องกันเลย) ยิ่งเป็นสงกรานต์ถ้าเคลือบสีหนาขึ้นไป 2-3 เท่าก็น่าจะฝ่าด่านน้ำ บุกดงแป้งและดินสอพองได้อยู่

 

2  นอกจากแป้งเหนียวๆ

อีกสิ่งที่รถยนต์ต้องเจอก็คือ น้ำผสมแป้ง ดินสอพองผสมแป้ง ควรล้างทันทีที่รถโดนตะลุมบอนด้วย แป้งและดินสอพอง (อย่าปล่อยให้แห้งเป็นคราบจะดีกว่า) ถ้าปล่อยไว้มันจะกลายเป็นคราบน้ำ ซึ่งยากต่อการดูแลสีรถ ยากต่อการทำความสะอาดรถ

 

3 กระจกรถ

ก็เหมือนหูเหมือนตาที่จะดูรถคันข้างหลังให้เรา ถ้าผ่านมรสุมแป้งและดินสอพองมาแล้ว และพบว่า กระจกรถเต็มไปด้วยสิ่งเหล่านั้น อย่าเพิ่งฉีดที่ปัดน้ำฝนโดยเด็ดขาด รีบจอดรถข้างทางแล้วล้าให้ถูกวิธีจะดีกว่า และอย่างเสี่ยงขับทั้งที่กระจกข้างรถเลอะแป้ง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ หรือ รถชนกัน ได้ (แต่ข้อนี้แอบเชียร์ว่า ให้ฉีดที่ปัดน้ำฝนไปเลย ความปลอดภัยต้องมาอันดับแรก)

 

หลังจากนี้ เมื่อผ่านมรสุมแป้ง และดินสอพอง และถ้าอยากล้างรถอีกครั้ง หรือลบคราบฝังแน่นอย่างคราบน้ำ ก็ควรที่จะรีบเข้าคาร์แคร์ที่เราไว้วางใจให้เร็วที่สุด เพราะคาร์แคร์จะมีน้ำยาสำหรับลบคราบฝั่งแน่นโดยเฉพาะ ใครที่มีรถสีเข้มก็ต้องทำใจสักหน่อย เพราะจะเห็นคราบน้ำเหล่านี้ได้ชัด แต่ก็คิดในแง่บวกที่ว่า เห็นชัดๆ นั่นแหละดี จะได้กำจัดคราบฝังแน่นให้หมดจด

 

ยิ่งเทศกาลสงกรานต์ที่ประเทศไทยช่วยกันรณรงค์ 7 วันอันตราย เราก็ยิ่งต้องขับรถให้ระมัดระวังมากขึ้น แต่ต่อให้เราระวังแค่ไหน ถ้ารถคันอื่นไม่ระวังเหมือนเรา ก็ไม่อาจหนีพ้น อุบัติเหตุรถยนต์ ได้ ไม่ว่าจะอย่างไร ขอให้ทุกคนขับรถอย่างปลอดภัย เที่ยวสงกรานต์กันให้สนุกกันถ้วนหน้าจ้า

เพื่อนๆรู้จักกับคำว่า สินไหมกรุณา มั้ยครับ?

สินไหม คือ เงินค่าปรับหรือเงินที่ชอบด้วยกฏหมาย ใช้บ่อยในวงการประกันภัย

กรุณา คือ ความเมตตาหรือความมีน้ำใจให้โดยชอบ

คำว่าสินไหมกรุณาเป็นศัพท์เฉพาะในวงการประกันภัยที่ใช้ในกรณีพิเศษ จะใช้ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยผิดเงื่อนไขในกรมธรรม์แต่ต้องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุโดยมีหลักในการพิจารณาดังนี้

 

  • ผู้เอาประกันภัยสุจริตใจจริง

  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องได้รับการดูแล ไม่ให้เกิดซ้ำ

  • หากเป็นประกันภัยที่รับต่อกัน ต้องได้รับการยินยอมจากบริษัทที่รับประกันต่อก่อน

 

ต้องบอกต่ออีกว่าสินไหมกรุณาเป็นเงินที่ให้เปล่า ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฏหมาย หรือสิ่งที่จะนำไปใช้ในการฟ้องร้องได้เลย เป็นค่าสินไหมที่จะมอบให้ตามแต่การพิจารณาของบริษัทประกันภัยเท่านั้น โดยมากจะออกให้ตามความเสียหายจริงเท่านั้น

วิธีการเรียกร้องเอาสินไหมกรุณา นั้นโดยมากจะเกิดผ่านตัวแทนบริษัทประกันภัย เนื่องจากจะต้องให้ตัวแทนเป็นคนยื่นเรื่องขอสินไหมกรุณา โดยมากนั้นจะมีการเรียกร้องสินไหมกรุณาเมื่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ศาลตัดสินให้อยู่นอกเหนือเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประสบภัยต้องเรียกร้องขอความกรุณาจากบริษัทประกันภัยเอง

img_0120_kf-740x360
สินไหมกรุณานั้นเป็นสิ่งที่บริษัทประกันภัยไม่จำเป็นต้องจ่ายให้กับผู้ประสบภัยเลย ไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหน แต่สินไหมกรุณาก็เป็นเรื่องที่ขึ้นตามแต่ความพึงพอใจของบริษัทประกันภัยเท่านั้น โดยมากหากผู้ประสบภัยเป็นลูกค้าชั้นดี ก็จะมีการดำเนินเรื่องที่ง่ายกว่า ดังนั้นๆเพื่อนๆที่ไม่มีประวัติแย่ๆกับบริษัทประกันภัยแล้วเกิดประสบอุบัติเหตุขึ้นมา เหตุแบบที่เราไม่สามารถเคลมประกันได้ ก็ให้ลองสอบถามกับตัวแทนประกันภัยดูเพื่อยื่นเรื่องขอสินไหมกรุณาก็ได้ครับ

อย่าเอากฏหมายสองเรื่องมารวมกัน

หลายๆครั้งที่เรามักพบเห็นกระทู้คำถามเรื่องกฏหมายต่างๆในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป ไม่ว่าทั้งในเรื่องการสู้คดี การเคลมประกันภัยรถยนต์ ความสบายใจหรือเรื่องใดใดก็แล้วแต่ ผมมักพบเห็นเรื่องที่สะกิดใจอยู่หลายๆครั้ง และผมก็มั่นใจว่าไม่ใช่แค่ผมคนเดียว หลายๆคนก็ชอบตอบคำถามนั้นๆไปแล้ว การนำกฏหมายมาเปรียบเทียบความผิดกันนั้นหักล้างกันไม่ได้ ผมจึงนำความอัดอั้นมาเขียนในบทความนี้ ซึ่งจะเป็นบทความเกี่ยวกับกฏหมายและประกันภัยรถยนต์

เราผิดแต่เขาก็ผิด สรุปแล้วใครผิด ?

เป็นเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ประมาท ทั้งสองฝ่ายต่างฝ่าฝืนกฏหมายจราจรและไม่มีใครยอมรับผิด(เพราะไม่ได้ทำประกันชั้น 1) จนทำให้คดีเกิดความยืดเยื้อและไม่จบไม่สิ้นเสียที กรณีนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีใครผิดนะครับ กรณีนี้ถือว่าผิดทั้งคู่ครับ ในเชิงกฏหมายทั้งสองฝ่ายต้องจ่ายค่าปรับหรือบทลงโทษตามบัญญัติของกฏหมาย แต่หากเป็นในเชิงเงื่อนไขประกันภัยแล้วนั้น ประกันจะเลือกจ่ายค่าเสียหายเพียงครึ่งเดียว โดยคุณต้องนำใบเสร็จค่าเสียหายไปเรียกร้องกับประกันภัยเอง

เราถูกแต่เขาก็ถูก แล้วใครจะจ่าย ?

เป็นกรณีที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้น สุดวิสัยจริงๆ มักเกิดขึ้นได้เพียงสองกรณีคือเกิดจากบุคคลที่สาม หรือเกิดจากสภาพแวดล้อม แต่ต้องขอบอกก่อนว่าในเชิงกฏหมายและเชิงประกันภัยจะคล้ายกันสำหรับเงื่อนไขนี้ เพราะเวลาที่ทั้งสองฝ่ายถูกและมีปัญหานั้น เกิดจากการที่ประกันภัยต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากอีกฝั่ง แต่จะมีอีกกรณีก็คือประกันเลือกจะไม่จ่ายให้ใครเลย จะเกิดขึ้นเมื่อเป็นกรณีที่ประกันของคุณไม่ใช่ประกันชั้น 1

ผิดมากล้างผิดน้อยได้มั้ย ?

เป็นปัญหาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมากในบางกรณี เพราะส่วนมากแล้วนั้นผิดมากน้อยนั้นนับเป็นความผิดทั้งคู่ ต่างกันแค่บทลงโทษเท่านั้นว่าจะมากน้อยขนาดไหนยกตัวอย่างเช่นข้ามทางม้าลายโดยไม่ดูสัญญาณไฟกับขับรถโดยประมาทจนถึงแก่ชีวิต บทลงโทษของผู้เสียชีวิตคงไม่มี แต่บทลงโทษของผู้ประมาทอาจลดลงบ้าง และมีความละเอียดอ่อนของค่าเสียหายทดแทนระหว่างคดีความเป็นต้น แต่หากเป็นเหตุการณ์ประเภทนี้ฝ่ายหนึ่งฝ่าไฟแดงในขณะที่อีกฝ่ายที่โดนชนเมาแล้วขับ ทางกฏหมายถึงว่าโดนเล่นงานทั้งคู่ ในเชิงประกันแล้ว ฝ่ายที่ฝ่าไฟแดงกลับได้เคลมประกัน ขณะที่เมาแล้วขับไม่ได้เคลม เพราะผิดเงื่อนไขของกรมธรรม์

aggressive-driver-or-road-rage-fanatic

สิ่งสำคัญที่่เราควรจะเข้าใจก็คือความผิดอย่างไรก็คือความผิด การโยนความผิดว่าเป็นผลจากการกระทำของคนอื่นนั้นหมายถึงความผิดฐานประมาทอยู่ดี  พยายามอย่ามองหาทางออกลัดโดยการโยนความผิดหรือการรับความผิดส่งเดช การศึกษาข้อมูลนั้นมีความจำเป็นเสมอ เมื่อเกี่ยวข้องทางคดีความ ดังนั้นการมีประกันภัยไว้ปกป้องตัวเองก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

เทคนิคการลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ประเภทที่ 1

ปฏิเสธได้ยากว่าในประเทศไทยรถหลายๆ คนหันมาให้ความสำคัญเรื่องของ ประกันภัยรถยนต์ กันมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประกันภัยรถยนต์ประเภทที่ 1 หรือ ชั้น 1 ที่หลายๆ คนรู้จักด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมให้กับรถแทบทุกประเภท และคุ้มครองแทบทุกอย่างตามที่ท่านต้องการ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงเพราะราคาเริ่มต้นมักจะอยู่ที่หลายหมื่นบาท แต่ถ้าใครยังต้องการที่จะเลือกใช้กรมธรรม์ประเภทแรก วันนี้เรามีแนวทางที่จะทำให้ท่านได้กรมธรรม์ประเภทนี้มำเสนอเป็นแนวทางให้ทุกท่านได้ลองศึกษ่า Continue reading

การเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับตัวคุณ

 การทำ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นสิ่งจำเป็นที่รถทุกคันควรทำไว้เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน และ ความปลอดภัยให้กับตัวเองและสังคม เพราะในยามเกิอุบัติเหตุ ผู้เอาประกันก็จะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกัน รวมทั้งสามารถชดใช้ความเสียหายให้กับบุคลที่เป็นคู่กรณีด้วยโดยไม่ต้องออกเงินด้วยตัวเอง

Continue reading

ประกันภัยรถยนต์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง

ทุกวันนี้รถยนต์บนท้องถนนมีให้เห็นกันอย่างมากมาย ทุกคนต่างใฝ่ฝันและขวนขวายที่จะมองหายี่ห้อที่ตนเองชื่นชอบ มาเลือกใช้กันเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่มักจะตามมาด้วยก็คงจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนที่มีให้เห็นกันอย่างมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่อย่างไรก็ตามเราก็มักจะมองว่ามันเป็นเรื่องปกติจนลืมคิดที่จะป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เคยที่จะนึกถึง ประกันภัยรถยนต์ Continue reading

ความคุ้มครองสำคัญ ประกันชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ประเภทที่ 1 หรือเรียกสั้นๆ ว่า ประกันชั้น 1 เป็นประกันที่คุ้มครองครอบคลุมมากที่สุดในบรรดาประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจทุกประเภท จึงส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยประเภทนี้สูงที่สุดด้วย แต่ถ้าแลกกับความคุ้มครองที่จะได้รับแล้วก็นับว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว ประกันชั้น 1 เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งออกรถมาใหม่ มือใหม่หัดขับ ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูง และผู้ที่มีความกังวลในเรื่องรถยนต์สูญหายหรือไปไหม้ เรามาดูกันว่า ความคุ้มครองที่ว่าคุ้มค่าจากประกันชั้น 1 นั้นมีอะไรบ้าง Continue reading

วิธีเลือกทำประกันภัยรถยนต์ที่ใช่และถูกใจที่สุด

การเลือกทำประกันภัยรถยนต์ ดูเป็นเรื่องยุ่งยากที่ทำให้ใครหลายๆ คนต้องปวดหัวในการเลือกทำประกันรภยนต์แต่ละครั้ง เพราะมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ต้องนำมาคิดและพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกบริษัทประกัน ค่าเบี้ยประกัน ความคุ้มครองที่ได้รับ และรายละเอียดยิบย่อยอีกมากมายที่ต้องใช้เวลามากพอสมควรในการศึกษาข้อมูล วันนี้เรามีคำแนะนำเบื้องต้นในการตัดสินใจเลือกทำประกันภัยรถยนต์ เพื่อให้ได้ประกันที่ใช่และถูกใจมากที่สุด Continue reading

ประกันภัยรถยนต์แบบไหนที่เหมาะกับเรา

ก่อนอื่นเราจะมาทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์ในเบื้องต้นกันก่อนค่ะ การประกันภัยรถยนต์ คือ การประกันความเสียหายที่เกิดจากการใช้รถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ โดยเราจะมาทำความรู้จักกับประกันแต่ละประเภทเพื่อดูว่าประกันรถยนต์แบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุดค่ะ Continue reading