ประกันรถยนต์ ดูแลรถยนต์ ประกันรถชั้น 1

รู้ไว้ใช่ว่า ป้องกันสีรถ ก่อนตะลุย เทศกาลสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาอีกแล้ว รถยนต์สุดที่รักบางคันคงต้องตะลุยด่านน้ำ บุกป่าฝ่าแป้งและดินสอพองกันแน่ๆ บอกเลยว่ายังไงไง๊ก็หนีไม่ได้แน่นอน แต่อย่าเพิ่งตกใจกันไปยกใหญ่ ถ้ารู้ว่าหนีไม่ได้ ก็มาหาวิธีป้องกันเมื่อมันเกิดขึ้นดีกว่า เพราะรู้ไหมว่า แป้งหรือดินสอพอง ส่งผลต่อสีรถด้วยนะ

 

วิธีป้องกันสีรถในช่วงเทศกาลสงกรานต์

1 ก่อนออกตะลุยด่านน้ำ

สิ่งสำคัญคือ “ล้างรถ” ให้เสร็จ แล้วขั้นต่อไปคือ “น้ำยาเคลือบสี” ก็ต้องลงด้วยเหมือนกัน การเคลือบสีก็คือการป้องกันสีรถ (จะมากหรือจะน้อยก็ดีกว่าไม่ป้องกันเลย) ยิ่งเป็นสงกรานต์ถ้าเคลือบสีหนาขึ้นไป 2-3 เท่าก็น่าจะฝ่าด่านน้ำ บุกดงแป้งและดินสอพองได้อยู่

 

2  นอกจากแป้งเหนียวๆ

อีกสิ่งที่รถยนต์ต้องเจอก็คือ น้ำผสมแป้ง ดินสอพองผสมแป้ง ควรล้างทันทีที่รถโดนตะลุมบอนด้วย แป้งและดินสอพอง (อย่าปล่อยให้แห้งเป็นคราบจะดีกว่า) ถ้าปล่อยไว้มันจะกลายเป็นคราบน้ำ ซึ่งยากต่อการดูแลสีรถ ยากต่อการทำความสะอาดรถ

 

3 กระจกรถ

ก็เหมือนหูเหมือนตาที่จะดูรถคันข้างหลังให้เรา ถ้าผ่านมรสุมแป้งและดินสอพองมาแล้ว และพบว่า กระจกรถเต็มไปด้วยสิ่งเหล่านั้น อย่าเพิ่งฉีดที่ปัดน้ำฝนโดยเด็ดขาด รีบจอดรถข้างทางแล้วล้าให้ถูกวิธีจะดีกว่า และอย่างเสี่ยงขับทั้งที่กระจกข้างรถเลอะแป้ง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ หรือ รถชนกัน ได้ (แต่ข้อนี้แอบเชียร์ว่า ให้ฉีดที่ปัดน้ำฝนไปเลย ความปลอดภัยต้องมาอันดับแรก)

 

หลังจากนี้ เมื่อผ่านมรสุมแป้ง และดินสอพอง และถ้าอยากล้างรถอีกครั้ง หรือลบคราบฝังแน่นอย่างคราบน้ำ ก็ควรที่จะรีบเข้าคาร์แคร์ที่เราไว้วางใจให้เร็วที่สุด เพราะคาร์แคร์จะมีน้ำยาสำหรับลบคราบฝั่งแน่นโดยเฉพาะ ใครที่มีรถสีเข้มก็ต้องทำใจสักหน่อย เพราะจะเห็นคราบน้ำเหล่านี้ได้ชัด แต่ก็คิดในแง่บวกที่ว่า เห็นชัดๆ นั่นแหละดี จะได้กำจัดคราบฝังแน่นให้หมดจด

 

ยิ่งเทศกาลสงกรานต์ที่ประเทศไทยช่วยกันรณรงค์ 7 วันอันตราย เราก็ยิ่งต้องขับรถให้ระมัดระวังมากขึ้น แต่ต่อให้เราระวังแค่ไหน ถ้ารถคันอื่นไม่ระวังเหมือนเรา ก็ไม่อาจหนีพ้น อุบัติเหตุรถยนต์ ได้ ไม่ว่าจะอย่างไร ขอให้ทุกคนขับรถอย่างปลอดภัย เที่ยวสงกรานต์กันให้สนุกกันถ้วนหน้าจ้า

หลายๆคนที่กำลังตัดสินใจทำประกันรถยนต์ใหม่โดยอยากประหยัดรายจ่ายคงจะกำลังศึกษาข้อมูลของประกันรถยนต์ 3 ระดับอยู่

หลายๆคนที่กำลังตัดสินใจทำประกันรถยนต์ใหม่โดยหวังประหยัดรายจ่ายคงกำลังเรียนรู้ข้อมูลของประกันรถยนต์ 3 ลักษณะอยู่            คุ้มครองเยอะก็แพง ครั้นอยากได้ราคาถูกก็คุ้มครองน้อยเหลือเกิน แล้วแบบไหนถึงจะดี ถึงจะคุ้มค่า           คำเฉลยที่ง่ายที่สุดคือมันเหมาะสมกับการใช้งานของเราหรือปล่าว? เพราะถ้าคุณมีรถยนต์ใหม่ที่ใช้งานเป็นปกติ การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 คงจะคุ้มค่าที่สุดกับคุณ แต่ถ้าคุณมีรถยนต์ที่มีสูงอายุ นานๆขับทีนึง นอกจากบริษัทประกันภัยจะปฏิเสธทำประกันชั้น 1 แล้ว มันจะไม่คุ้มค่ากับคุณอีกด้วย       แล้วถ้าเราหันไปมองประกันภัยประเภทที่ราคาต่ำที่สุดล่ะ? เงื่อนไขการคุ้มครองน้อยซะจนแทบไม่มีประโยชน์ แต่ก็มีเบี้ยประกันที่ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับวงเงินประกัน      วันนี้ผมจะมาอธิบายถึงเรื่องที่ประกันรถยนต์ประเภท 3 คุ้มค่ายังไง

            ข้อตกลงการคุ้มครองของประกันรถยนต์ประเภท 3 มีอะไรบ้าง?

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เป็นหนึ่งในประกันรถยนต์ 3 ประเภทขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ทั่วไป โดยเป็นแผนประกันภัยที่มีเบี้ยประกันต่ำที่สุด เงื่อนไขในการคุ้มครองต่ำที่สุด โดยมีการคุ้มครองแค่สองอย่างคือ

ความเสียหายทรัพย์สินของคู่กรณี   ยกตัวอย่างเช่นรถยนต์ของคู่กรณี เราขับรถชนกันกับเขาแล้วเขาเรียกร้องค่าเสียหาย บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าคุ้มครองให้กับคุณ

ความเสียหายบุคคล สุขภาพ อนามัย            ตัวอย่างเช่นค่ารักษาพยาบาล ค่าทุพพลภาพ ค่าสูญเสียอวัยวะของคู่กรณี

ถ้านำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะเห็นชัดว่าประกันรถยนต์ประเภท 3 มีเงื่อนไขการคุ้มครองที่น้อยมาก และที่สำคัญไม่ได้ดูแลค่าความเสียหายให้กับรถเรา

 

            แล้วรถเราเข้ากันกับประกันประเภท 3 ไหม?

ผมมองว่าข้อสำคัญที่สุดคือประมาณการใช้รถยนต์ของคุณ ถ้าคุณใช้รถยนต์คันทำประกันบ่อยครั้ง คุณอาจจะเลือกมองหาประกันรถยนต์ประเภท ที่มีการคุ้มครองค่าความเสียหายรถยนต์ของคุณจะดีกว่า เพราะถ้าคุณใช้บ่อย แปลว่าคุณอาจจะขาดมันไม่ได้ในการดำเนินชีวิต ต้องจะมีการดูแลและบริการช่วยเหลือจากบริษัทประกันภัย

รถคุณเริ่มเสื่อมคุณภาพหรือยัง? ถ้ารถยนต์ของคุณเริ่มเสื่อมคุณภาพแล้วล่ะก็ การทำประกันรถยนต์ชั้น 3 จะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะคนโดยมากมองว่ารถเราเสียบ่อยทำประกันรถยนต์ 3 ประเภทหลักไม่คุ้มค่า ทำแบบ ที่ถูกแล้วออกค่าซ่อมรถเราด้วยดีกว่า ซึ่งเป็นทัศนคติที่ผิด  เพราะบริษัทประกันภัยจะไม่จ่ายค่าหมดสภาพรถยนต์ให้เราเลยในกรณีใดใด เพราะบริษัทประกันภัย จะรับรองแค่ภัยพิบัติ หรือ อุบัติภัยเท่านั้นเอง            การที่เรามีรถยนต์ที่เสื่อมสภาพแล้วแปลว่าการบูรณะจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งด้วยตัวของมันเอง คุณควรชดเชยเงินส่วนนั้นด้วยการลดค่าใช้จ่ายส่วนเบี้ยประกันดีกว่า

กำลังทรัพย์ คือเรื่องที่สำคัญที่สุดกับประกันรถยนต์ 3 ประเภท ถ้าคุณไม่สามารถรองรับภาระเบี้ยประกันราคาสูงได้ คุณก็ไม่ควรทำประกันชั้น 1 คุณควรมองหาประกันชั้นสองหรือประกันชั้นสามแทน     เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะทำประกันรถยนต์แบบไหนก็แล้วแต่ ข้อสำคัญคือการขับอย่างมีระเบียบ เน้นถึงความปลอดภัยเป็นหลัก        อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่สกัดกันไม่ได้ เพียงแค่หาคนมาช่วยเหลือเราเท่านั้นเอง          และประกันรถยนต์ชั้นสามเป็นรูปแบบที่มีไว้เพื่อปกป้องอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เบี้ยประกันต่ำพอสำหรับคนใช้รถทุกคน

 

 

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ประกันชั้น 3

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://finance.rabbit.co.th/car-insurance/type3