ประกันรถยนต์ ดูแลรถยนต์ ประกันรถชั้น 1

รู้ไว้ใช่ว่า ป้องกันสีรถ ก่อนตะลุย เทศกาลสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาอีกแล้ว รถยนต์สุดที่รักบางคันคงต้องตะลุยด่านน้ำ บุกป่าฝ่าแป้งและดินสอพองกันแน่ๆ บอกเลยว่ายังไงไง๊ก็หนีไม่ได้แน่นอน แต่อย่าเพิ่งตกใจกันไปยกใหญ่ ถ้ารู้ว่าหนีไม่ได้ ก็มาหาวิธีป้องกันเมื่อมันเกิดขึ้นดีกว่า เพราะรู้ไหมว่า แป้งหรือดินสอพอง ส่งผลต่อสีรถด้วยนะ

 

วิธีป้องกันสีรถในช่วงเทศกาลสงกรานต์

1 ก่อนออกตะลุยด่านน้ำ

สิ่งสำคัญคือ “ล้างรถ” ให้เสร็จ แล้วขั้นต่อไปคือ “น้ำยาเคลือบสี” ก็ต้องลงด้วยเหมือนกัน การเคลือบสีก็คือการป้องกันสีรถ (จะมากหรือจะน้อยก็ดีกว่าไม่ป้องกันเลย) ยิ่งเป็นสงกรานต์ถ้าเคลือบสีหนาขึ้นไป 2-3 เท่าก็น่าจะฝ่าด่านน้ำ บุกดงแป้งและดินสอพองได้อยู่

 

2  นอกจากแป้งเหนียวๆ

อีกสิ่งที่รถยนต์ต้องเจอก็คือ น้ำผสมแป้ง ดินสอพองผสมแป้ง ควรล้างทันทีที่รถโดนตะลุมบอนด้วย แป้งและดินสอพอง (อย่าปล่อยให้แห้งเป็นคราบจะดีกว่า) ถ้าปล่อยไว้มันจะกลายเป็นคราบน้ำ ซึ่งยากต่อการดูแลสีรถ ยากต่อการทำความสะอาดรถ

 

3 กระจกรถ

ก็เหมือนหูเหมือนตาที่จะดูรถคันข้างหลังให้เรา ถ้าผ่านมรสุมแป้งและดินสอพองมาแล้ว และพบว่า กระจกรถเต็มไปด้วยสิ่งเหล่านั้น อย่าเพิ่งฉีดที่ปัดน้ำฝนโดยเด็ดขาด รีบจอดรถข้างทางแล้วล้าให้ถูกวิธีจะดีกว่า และอย่างเสี่ยงขับทั้งที่กระจกข้างรถเลอะแป้ง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ หรือ รถชนกัน ได้ (แต่ข้อนี้แอบเชียร์ว่า ให้ฉีดที่ปัดน้ำฝนไปเลย ความปลอดภัยต้องมาอันดับแรก)

 

หลังจากนี้ เมื่อผ่านมรสุมแป้ง และดินสอพอง และถ้าอยากล้างรถอีกครั้ง หรือลบคราบฝังแน่นอย่างคราบน้ำ ก็ควรที่จะรีบเข้าคาร์แคร์ที่เราไว้วางใจให้เร็วที่สุด เพราะคาร์แคร์จะมีน้ำยาสำหรับลบคราบฝั่งแน่นโดยเฉพาะ ใครที่มีรถสีเข้มก็ต้องทำใจสักหน่อย เพราะจะเห็นคราบน้ำเหล่านี้ได้ชัด แต่ก็คิดในแง่บวกที่ว่า เห็นชัดๆ นั่นแหละดี จะได้กำจัดคราบฝังแน่นให้หมดจด

 

ยิ่งเทศกาลสงกรานต์ที่ประเทศไทยช่วยกันรณรงค์ 7 วันอันตราย เราก็ยิ่งต้องขับรถให้ระมัดระวังมากขึ้น แต่ต่อให้เราระวังแค่ไหน ถ้ารถคันอื่นไม่ระวังเหมือนเรา ก็ไม่อาจหนีพ้น อุบัติเหตุรถยนต์ ได้ ไม่ว่าจะอย่างไร ขอให้ทุกคนขับรถอย่างปลอดภัย เที่ยวสงกรานต์กันให้สนุกกันถ้วนหน้าจ้า

ประกันรถยนต์ แรบบิท ไฟแนนซ์

เอารถไปติดแก๊ส ต้องแจ้งบริษัทประกันหรือไม่

คนขับรถทุกคนย่อมรู้ดีว่า “ราคาน้ำมันรถ” เดี๋ยวก็ถูก เดี๋ยวก็แพง บางคนทนไม่ไหว ไม่อยากใช้น้ำมันแพงๆ เลยเบนเข็ม เอารถไปติดแก๊สแทน ซะเลย เพราะจะช่วยประหยัดเงินค่าน้ำมันได้พอสมควร (ก็ต้องแลกกับต่อคิวสักหน่อย)

แก๊สที่ว่าก็คือ แก๊ส LPG หรือ แก๊ส NGV ที่เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมัน ทำให้เจ้าของรถไม่ต้องเอาเงินไปละลายน้ำมัน หันมาละลายเชื้อเพลงทดแทนน้ำมัน แต่คำถามก็คือ เอารถไปติดแก๊ส ต้องแจ้งบริษัทประกันหรือไม่?

เพราะเงื่อนไขของ ประกันรถยนต์ ทุกๆ บริษัท หรือ ประกันรถยนต์ทุกประเภท น่าจะกำกับเอาไว้ว่า “รถคันใดที่ติดตั้งเพิ่ม หรือใส่อุปกรณ์เสริม (Accessory) เข้าไป ต้องแจ้งต่อบริษัทประกัน”

 

อุปกรณ์เสริม หรืออุปกรณ์ เช่น ล้อแม็ก สปอยเลอร์ เครื่องเสียง ชุดกันขโมย ฟิล์มกรองแสง กรอบป้ายทะเบียน สติ๊กเกอร์ลายต่างๆ แล้วแบบนี้ เอารถไปติดแก๊ส จะต้องแจ้งประกันรถยนต์ไหมล่ะเนี่ย

 

เอารถไปติดแก๊ส ไม่แจ้ง ประกันรถยนต์ ก็ไม่คุ้มครอง

เอารถไปติดแก๊ส ก็เหมือนกับการดัดแปลงรถยนต์ ใส่อุปกรณ์เสริมเข้าไป เพราะถือว่าไม่ใช่อุปกรณ์ที่อยู่นอกเหนือจากตัวรถยนต์ที่โรงงานผลิตออกมานั่นเอง หมายถึงว่า เอารถไปติดแก๊ส ก็ต้องแจ้งบริษัทประกันอยู่ดี

 

สำหรับ ประกันรถยนต์ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองเฉพาะอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานเท่านั้น ถ้าไม่แจ้งเพิ่มเติมล่วงหน้า เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ประกันรถยนต์ ก็ไม่รับผิดชอบ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ติดตั้งแก๊ส ผู้เอาประกันก็ต้องรับผิดชอบเอง

 

แต่ถ้าเอารถไปติดแก๊ส แล้วทำเรื่องส่งไปยังบริษัทประกัน ว่าได้เอารถไปติดแก๊ส อาจจะต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น แต่ก็เพื่อคุ้มครองอุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งเข้าไป คิดซะว่า เสียน้อยตอนนี้ ดีกว่าเสียมากๆ ในวันข้างหน้า

 

แจ้งกับใครถ้าเอารถไปติดแก๊ส

  • แจ้งเรื่องไปยังนายหน้า หรือบริษัทประกันรถยนต์โดยตรง
  • ส่งเอกสารรายการจดทะเบียนที่แจ้งเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิง จากกรมขนส่งทางบก และใบเสร็จค่าติดตั้งชุดอุปกรณ์แก๊สรถยนต์

 

ในความเป็นจริง จะแจ้งหรือไม่แจ้งก็ได้ ตามความสะดวกใจ แต่ถ้าแจ้งบริษัทประกันรถยนต์เอาไว้ล่วงหน้า ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดจะเอารถไปติดแก๊ส แนะนำว่าควรแจ้งกับบริษัทประกันจะดีกว่า ประกันรถยนต์ จะได้คุ้มครองอย่างครอบคลุม

เพื่อนๆรู้จักกับคำว่า สินไหมกรุณา มั้ยครับ?

สินไหม คือ เงินค่าปรับหรือเงินที่ชอบด้วยกฏหมาย ใช้บ่อยในวงการประกันภัย

กรุณา คือ ความเมตตาหรือความมีน้ำใจให้โดยชอบ

คำว่าสินไหมกรุณาเป็นศัพท์เฉพาะในวงการประกันภัยที่ใช้ในกรณีพิเศษ จะใช้ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยผิดเงื่อนไขในกรมธรรม์แต่ต้องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุโดยมีหลักในการพิจารณาดังนี้

 

  • ผู้เอาประกันภัยสุจริตใจจริง

  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องได้รับการดูแล ไม่ให้เกิดซ้ำ

  • หากเป็นประกันภัยที่รับต่อกัน ต้องได้รับการยินยอมจากบริษัทที่รับประกันต่อก่อน

 

ต้องบอกต่ออีกว่าสินไหมกรุณาเป็นเงินที่ให้เปล่า ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฏหมาย หรือสิ่งที่จะนำไปใช้ในการฟ้องร้องได้เลย เป็นค่าสินไหมที่จะมอบให้ตามแต่การพิจารณาของบริษัทประกันภัยเท่านั้น โดยมากจะออกให้ตามความเสียหายจริงเท่านั้น

วิธีการเรียกร้องเอาสินไหมกรุณา นั้นโดยมากจะเกิดผ่านตัวแทนบริษัทประกันภัย เนื่องจากจะต้องให้ตัวแทนเป็นคนยื่นเรื่องขอสินไหมกรุณา โดยมากนั้นจะมีการเรียกร้องสินไหมกรุณาเมื่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ศาลตัดสินให้อยู่นอกเหนือเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประสบภัยต้องเรียกร้องขอความกรุณาจากบริษัทประกันภัยเอง

img_0120_kf-740x360
สินไหมกรุณานั้นเป็นสิ่งที่บริษัทประกันภัยไม่จำเป็นต้องจ่ายให้กับผู้ประสบภัยเลย ไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหน แต่สินไหมกรุณาก็เป็นเรื่องที่ขึ้นตามแต่ความพึงพอใจของบริษัทประกันภัยเท่านั้น โดยมากหากผู้ประสบภัยเป็นลูกค้าชั้นดี ก็จะมีการดำเนินเรื่องที่ง่ายกว่า ดังนั้นๆเพื่อนๆที่ไม่มีประวัติแย่ๆกับบริษัทประกันภัยแล้วเกิดประสบอุบัติเหตุขึ้นมา เหตุแบบที่เราไม่สามารถเคลมประกันได้ ก็ให้ลองสอบถามกับตัวแทนประกันภัยดูเพื่อยื่นเรื่องขอสินไหมกรุณาก็ได้ครับ

อย่าเอากฏหมายสองเรื่องมารวมกัน

หลายๆครั้งที่เรามักพบเห็นกระทู้คำถามเรื่องกฏหมายต่างๆในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป ไม่ว่าทั้งในเรื่องการสู้คดี การเคลมประกันภัยรถยนต์ ความสบายใจหรือเรื่องใดใดก็แล้วแต่ ผมมักพบเห็นเรื่องที่สะกิดใจอยู่หลายๆครั้ง และผมก็มั่นใจว่าไม่ใช่แค่ผมคนเดียว หลายๆคนก็ชอบตอบคำถามนั้นๆไปแล้ว การนำกฏหมายมาเปรียบเทียบความผิดกันนั้นหักล้างกันไม่ได้ ผมจึงนำความอัดอั้นมาเขียนในบทความนี้ ซึ่งจะเป็นบทความเกี่ยวกับกฏหมายและประกันภัยรถยนต์

เราผิดแต่เขาก็ผิด สรุปแล้วใครผิด ?

เป็นเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ประมาท ทั้งสองฝ่ายต่างฝ่าฝืนกฏหมายจราจรและไม่มีใครยอมรับผิด(เพราะไม่ได้ทำประกันชั้น 1) จนทำให้คดีเกิดความยืดเยื้อและไม่จบไม่สิ้นเสียที กรณีนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีใครผิดนะครับ กรณีนี้ถือว่าผิดทั้งคู่ครับ ในเชิงกฏหมายทั้งสองฝ่ายต้องจ่ายค่าปรับหรือบทลงโทษตามบัญญัติของกฏหมาย แต่หากเป็นในเชิงเงื่อนไขประกันภัยแล้วนั้น ประกันจะเลือกจ่ายค่าเสียหายเพียงครึ่งเดียว โดยคุณต้องนำใบเสร็จค่าเสียหายไปเรียกร้องกับประกันภัยเอง

เราถูกแต่เขาก็ถูก แล้วใครจะจ่าย ?

เป็นกรณีที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้น สุดวิสัยจริงๆ มักเกิดขึ้นได้เพียงสองกรณีคือเกิดจากบุคคลที่สาม หรือเกิดจากสภาพแวดล้อม แต่ต้องขอบอกก่อนว่าในเชิงกฏหมายและเชิงประกันภัยจะคล้ายกันสำหรับเงื่อนไขนี้ เพราะเวลาที่ทั้งสองฝ่ายถูกและมีปัญหานั้น เกิดจากการที่ประกันภัยต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากอีกฝั่ง แต่จะมีอีกกรณีก็คือประกันเลือกจะไม่จ่ายให้ใครเลย จะเกิดขึ้นเมื่อเป็นกรณีที่ประกันของคุณไม่ใช่ประกันชั้น 1

ผิดมากล้างผิดน้อยได้มั้ย ?

เป็นปัญหาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมากในบางกรณี เพราะส่วนมากแล้วนั้นผิดมากน้อยนั้นนับเป็นความผิดทั้งคู่ ต่างกันแค่บทลงโทษเท่านั้นว่าจะมากน้อยขนาดไหนยกตัวอย่างเช่นข้ามทางม้าลายโดยไม่ดูสัญญาณไฟกับขับรถโดยประมาทจนถึงแก่ชีวิต บทลงโทษของผู้เสียชีวิตคงไม่มี แต่บทลงโทษของผู้ประมาทอาจลดลงบ้าง และมีความละเอียดอ่อนของค่าเสียหายทดแทนระหว่างคดีความเป็นต้น แต่หากเป็นเหตุการณ์ประเภทนี้ฝ่ายหนึ่งฝ่าไฟแดงในขณะที่อีกฝ่ายที่โดนชนเมาแล้วขับ ทางกฏหมายถึงว่าโดนเล่นงานทั้งคู่ ในเชิงประกันแล้ว ฝ่ายที่ฝ่าไฟแดงกลับได้เคลมประกัน ขณะที่เมาแล้วขับไม่ได้เคลม เพราะผิดเงื่อนไขของกรมธรรม์

aggressive-driver-or-road-rage-fanatic

สิ่งสำคัญที่่เราควรจะเข้าใจก็คือความผิดอย่างไรก็คือความผิด การโยนความผิดว่าเป็นผลจากการกระทำของคนอื่นนั้นหมายถึงความผิดฐานประมาทอยู่ดี  พยายามอย่ามองหาทางออกลัดโดยการโยนความผิดหรือการรับความผิดส่งเดช การศึกษาข้อมูลนั้นมีความจำเป็นเสมอ เมื่อเกี่ยวข้องทางคดีความ ดังนั้นการมีประกันภัยไว้ปกป้องตัวเองก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

รวมคำร้องเคลมประกันฮาๆ

เคลมฮาน้ำตาเล็ด

หลายๆคนคงเคยประสบอุบัติเหตุทางท้องถนนกันมาไม่มากก็น้อย ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก ก็ย่อมต้องมีฝ่ายที่เสียหายด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าเฉพาะด้านทรัพย์สินหรือร่างกายด้วย มันก็เป็นเวลาที่เราต้องเรียกร้องสิทธิจากบริษัทประกันภัยที่เราทำด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่เกี่ยว เพราะวันนี้ผมอยากมาพูดถึงคำร้องเคลมประกันภัยรถยนต์สุดตลกที่มาจากทั้งต่างประเทศและในไทย เอาไว้อ่านแก้เครียดกันนะครับ เผื่อเวลาครั้งหน้ารถยนต์ชนจะได้เอาไปเล่นด้วยบ้าง

  • รถชนที่ลานจอดรถชั้น 2 ค่ะ ประกันรถยนต์ชั้น 3 ใช้ได้มั้ยคะ
  • ที่ปัดน้ำฝนผมหัก ไม่ทราบสาเหตุจริงๆ อาจจะเป็นฝีมือหมอผี (Voodoo)
  • รถยนต์คันข้างหน้าชนคนบนฟุตบาท แต่เขาลุกขึ้นมาได้ ผมเลยชนไปอีกทีนึง
  • มีคนมาชนรถผมแล้วลงไปอยู่ใต้ท้องรถ
  • รถกระบะคันหน้าถอยรถมาชนที่ปัดน้ำฝนใส่หน้าเมียผม
  • มีรถล่องหนจากไหนไม่รู้มาชนรถผมแล้วหายตัวไป
  • ระหว่างกลับบ้าน ผมขับรถเข้าบ้านผิดหลัง และชนกับต้นไม้ที่ผมไม่มี
  • ผู้ชายคนนั้นวิ่งพล่านไปทั่วถนน ผมต้องหักพวงมาลัยไปมาหลายครั้งกว่าผมจะชนเค้าโดน
  • ผมพยายามจะไม่ชนรถยนต์คันข้างหน้า ผมเลยไปชนคนที่เดินอยู่ข้างๆแทน
  • อุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะผมกำลังโบกมือให้ผู้ชายที่ผมขับรถชนอาทิตย์ที่แล้ว
  • ผู้ชายคนนั้นกำลังจะวิ่งชนฟุตบาทถนน แต่ดีที่ผมหยุดเขาไว้ได้
  • ผมขับรถยนต์มา 40 ปีตอนที่ผมฝันระหว่างขับรถแล้วชน
  • ผมเห็นภาพช้าๆ ของสุภาพบุรุษที่หน้าตาซึมเศร้าระหว่างเขากำลังกระเด็นขึ้นไปบนหลังคารถผม
extremely-funny-car-accident07

ประกันภัยรถยนต์ ฉบับคุ้มครองน้ำท่วม ก็คงช่วยไม่ได้

 

จากประกันรถยนต์ชั้น 3 ไปจนถึงคนวิ่งชนฟุตบาทถนน ทำให้ผมยิ้มออกมาได้จริงๆ หวังว่าเพื่อนๆจะเก็บแง่คิดตลกๆไปใช้ยามเกิดอุบัติเหตุนะครับ จะได้ไม่เครียดกัน

ประกันออนไลน์ ความสะดวกในยุค 4G

%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c

ในยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงและครอบคลุมไปทั่วโลกธุรกิจหลายธุรกิจต่างก็ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน ธุรกิจประกันก็เช่นกันค่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาที่เราอยากทำประกันไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันภัยรถยนต์ หรือแม้แต่การต่อประกันภัยรถยนต์ เราต้องแบกเอกสารมากมายและวุ่นวายมากไปยังสำนักงานประกันหรือตัวแทนขายประกันต่างๆ แต่ในยุคนี้สมัยนี้ไม่ต้องแล้วค่ะ เพราะเรามีการทำประกันออนไลน์ มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดความยุ่งยากและช่วยประหยัดเวลาเราได้เป็นอย่างดี

            ซึ่งจุดเด่นของการทำประกันออนไลน์ นั้นนอกจากจะเน้นที่ความสะดวกสบายแล้ว ยังทำให้เรามีโอกาสได้ศึกษาตัวกรมธรรม์ที่เหมาะกับเรา รวมไปถึงเราสามารถเปรียบเทียบราคาประกันของบริษัทขายประกันต่างๆได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้บริษัทประกันบางแห่งยังมีระบบออนไลน์ไว้สำหรับตอบปัญหาของลูกค้าได้ในทันทีทำให้ใครที่เบื่อการโทรสอบถามข้อมูลกรมธรรม์จาก Call Center สามารถเลือกช่องทางนี้ได้ค่ะ ซึ่งนอกจากความสะดวกที่พูดถึงมาข้างต้นแล้วนั้น จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของการทำประกันออนไลน์ คือเมื่อเราได้ชำระเงินค่าเบี้ยประกันผ่านช่องทางต่างๆแล้ว จะได้รับการคุ้มครองจากประกันภัยชนิดนั้นทันทีค่ะ

            แน่นอนว่าการเลือกทำประกันออนไลน์ นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เราประหยัดเวลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเองก็ต้องระวังภัยที่มาจากการทำประกันออนไลน์ ด้วยนะคะ เชื่อว่ามีหลายคนที่เคยเจอปัญหาจ่ายเบี้ยประกันครบแต่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกลับพบว่าโดนนายหน้าขายประกันโกง หรือแม้แต่บางท่านที่เลือกทำประกันออนไลน์ กับบริษัทที่เป็นตัวแทนขายประกันต่างๆก็เคยเจอปัญหาแบบนี้ ดังนั้นเมื่อเราตัดสินใจซื้อประกันออนไลน์ในเวบไซต์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแล้วนั้นก่อนการโอนเงินชำระเบี้ยประกันเราจึงต้องมั่นใจก่อนว่าบริษัทที่เรากำลังจะโอนเงินไปนั้นเป็นบริษัทที่มีอยู่จริงเพื่อที่เราจะได้ไม่สูญเงินไปโดยใช่เหตุ

ข้อควรระวังในการทำประกันออนไลน์

  1. อ่านรายละเอียดหน้าเวบไซต์ที่มีการประกาศขายประกันออนไลน์ ให้ครบถ้วน รวมไปถึงข้อมูลบริษัทว่ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ นอกจากการให้บริการออนไลน์แล้ว บริษัทตัวแทนดังกล่าวตั้งอยู่ที่ใด
  2. อ่านรายละเอียดการให้บริการและข้อตกลงต่างๆให้ชัดเจน รวมไปถึงตรวจสอบข้อมูลประกันภัยในรูปแบบต่างๆ ว่ามีครบถ้วนหรือไม่
  3. ตรวจสอบช่องทางการติดต่อให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ E-mail หรือ Facebook ซึ่งในปัจจุบันหลายบริษัทได้เปิดช่องทางนี้ไว้เป็นช่องทางการติดต่ออีกหนึ่งช่องทาง
  4. หากมีการโอนเงินชำระค่าเบี้ยประกัน ชื่อบัญชีต้องเป็นในนามบริษัทตัวแทนเท่านั้น หากชื่อบัญชีเป็นชื่อบุคคลทั่วไป ไม่ควรโอนเงินค่าเบี้ยประกันเด็ดขาด

นอกเหนือจากข้อมูลข้างต้นแล้ว เรายังสามารถเช็คข้อมูลบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายประกันได้ที่ http://www1.oic.or.th/ ซึ่งเป็นเวบไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) นั่นเองค่ะ ซึ่งภายในเวบไซต์จะมีข้อมูลตัวแทนจำหน่ายประกันไว้ครบถ้วนเลยทีเดียวค่ะ

    การทำประกันออนไลน์ช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาให้แก่เราก็จริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งต่างๆต้องมาพร้อมความปลอดภัยทางด้านธุรกรรม และเราเองก็ต้องระวังตัวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพด้วยเช่นกันนะคะ

ราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ได้รับความคุ้มครองที่คุ้มเกินกว่าราคาค่าเบี้ยประกันภัย

บริษัทประกันภัยรถยนต์แบบไหนเรียกว่ามีความน่าเชื่อถือ

 

การทำประกันภัยรถยนต์มีความสำคัญมากต่อผู้ใช้รถยนต์บนท้องถนนเป็นประจำ เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่มีมากขึ้นทุกปี ทำให้อุบัติเหตุต่าง ๆ บนท้องถนนมีโอกาสเกิดมากขึ้นตามไปด้วย ถ้าเราไม่ทำประกันภัยรถยนต์และเกิดอุบัติเหตุที่เราคาดไม่ถึง เราจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งฝ่ายเราและฝ่ายคู่กรณีหากเราเป็นฝ่ายผิด ซึ่งปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถแพงมาก หากเราทำประกันภัยรถยนต์ไว้ บริษัทประกันภัยรถยนต์จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดตามเงื่อนไขที่เราเลือกทำประเภทของประกันภัยรถยนต์กับบริษัทประกันภัยรถยนต์
ถ้าเป็นรถใหม่ป้ายแดงและยังผ่อนอยู่ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นและเราเป็นฝ่ายผิด นอกจากเราต้องซ่อมรถให้คู่กรณีแล้ว เรายังต้องซ่อมรถป้ายแดงของเราและต้องหาเงินมาผ่อนรถรายเดือนอีกด้วย ดังนั้น เราจึงควรทำประกันภัยรถยนต์เพื่อประโยชน์ของเราเอง ราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 อยู่ที่ประมาณ 13,000 บาทขึ้นไป ปัจจุบันผู้ขายรถยนต์ออกใหม่จึงมักแถมหรือรวมประกันภัยชั้น 1 ไว้เป็นโปรโมชั่นในการขายรถด้วยสำหรับปีแรก เพื่อช่วยให้ลูกค้าที่ซื้อรถใหม่สะดวกสบายขึ้น หลังจากครบปีแล้ว เราควรต่อประกันชั้น 1 ไปก่อน เนื่องจากมูลค่าราคาของรถยังสูงอยู่ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เราทำประกันด้วยจะช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ของเรา รวมถึงรถยนต์ของคู่กรณีด้วย
ส่วนราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นั้น ขึ้นอยู่กับความคุ้มครองที่เราเลือกด้วยและราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ยังขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทที่รับทำประกันภัยรถยนต์ ซึ่งอาจแตกต่างกันเราจึงควรศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัทและตรวจเช็คความคุ้มครองที่เราได้รับจากแต่ละบริษัทด้วย
เราควรเลือกบริษัทที่ให้ความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ครอบคลุมสูงสุดในราคาเบี้ยประกันภัยที่เท่ากัน และควรเลือกบริษัทประกันภัยที่มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้และมีผลประกอบการที่ดี ไม่ควรเลือกบริษัทประกันภัยด้วยเหตุผลที่เสนอค่าเบี้ยประกันภัยถูกที่สุด เนื่องจากบริษัทประกันภัยอาจมีปัญหาทางการเงิน และไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหาย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
การประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ได้รับความคุ้มครองมากที่สุด คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและอนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก คุ้มครองซ่อมรถให้คนที่ทำประกันภัยและคุ้มครองในกรณีรถหายและไฟไหม้ ตามจำนวนทุนประกันราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 อยู่ที่ประมาณ 13,000 – 36,000 บาท ราคาค่าเบี้ยประกันภัยจะสูงขึ้นตามอายุของรถและขนาดของเครื่องยนต์ ราคาค่าเบี้ยประกันภัยยังขึ้นอยู่กับชนิดของรถ กลุ่มรถ ปีรถ ทุนประกันและประวัติการเคลม เป็นต้น และราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ของแต่ละบริษัทมีอัตราที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เราตกลงทำกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ด้วย

วิริยะประกันภัย บริษัทที่ได้รับความนิยมกับรางวัลการันตี

การทำประกันภัยรถยนต์ ในปัจจุบันถือเป็นเรื่องที่จำเป็นเนื่องจากทุกวันนี้อุบัติเหตุบนถนนในบ้านเราเกิดขึ้น ได้ง่าย เพราะผู้ขับขี่ไม่ค่อยเคารพกฎจราจร ซึ่งนอกเหนือจาก พ.ร.บ. รถยนต์แล้ว การสมัครประกันภัยประเภทสมัครใจ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จำเป็น โดยส่วนใหญ่เมื่อซื้อรถยนต์ทางศูนย์ให้บริการจะสอบถามเรื่องการทำประกันภัย กับเจ้าของรถทันทีว่าสนใจทำประกันลักษณะหรือไม่ เว้นเสียแต่ว่าเจ้าของรถจะซื้อรถด้วยเงินสดที่สามารถสมัครประกัน ทีหลังได้ ส่วนรถที่เพิ่งออกใหม่และซื้อด้วยการเอารถเข้าไฟแนนซ์ ทางบริษัทจะบังคับให้ทำประกัน เพราะระหว่าง ที่ต้องผ่อนชำระค่างวด หากรถเกิดอุบัติเหตุทางบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น เจ้าของรถก็จะ มีเงินเพียงพอในการผ่อนชำระต่อไป ส่วนมากรถใหม่จะนิยมทำประกันชั้น 1 ส่วนรถที่มีอายุ 3 – 5 ปี ขึ้นไป อาจจะเลือก ทำประกันชั้น 2 หรือ 3 ตามความเหมาะสม Continue reading

บริษัทประกันภัยรถยนต์แบบไหนเรียกว่ามีความน่าเชื่อถือ

ปัจจุบันความนิยม สำหรับการเลือกใช้บริการประกันภัยรถยนต์ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี เพราะทุกคนต่างมีความคิดว่า รถยนต์ที่ตนเองได้เลือกซื้อมานั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาให้ดีและให้เป็นไปตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยรถยนต์ในไทย ทุกวันนี้ต่างมีกันให้เลือกสรรอย่างมากมายจนกลายเป็นเรื่องยากว่า ควรที่จะเลือกที่ไหน หรือบริษัทมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบ Continue reading

ข้อยกเว้นสำหรับประกันภัยรถยนต์ประเภทที่ 1

ทุกวันนี้ใครก้ตามที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ หรือคันแรกมักจะได้ของแถมมาเป็น ประกันภัยรถยนต์ประเภทที่ 1 อยู่เสมอ ด้วยที่ทางบริษัทต่างๆ ได้ติดต่อเพื่อขอร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ แต่นั่นก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างหนึ่งเพราะผู้ที่เป็นมือใหม่หัดขับทั้งหลายจะได้มีความมั่นใจในการขับขี่ของตนเอง มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตามในข้อบังคับประกันประเภทแรกที่ได้มานั้น ก็ยังมีข้อยกเว้นต่างๆ เช่นเดียวกันซึ่งประกอบไปด้วย Continue reading