ขับรถชนสัตว์ เคลมประกันรถยนต์ได้มั้ย

images

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่สำหรับคนที่ขับรถหลายน่าจะเคยเจอกับเหตุการณ์เราขับรถมาดีๆ แล้วมีน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์อื่นๆวิ่งตัดหน้ารถ ในสถานการณ์แบบนั้นจะให้เบรกก็คงจะไม่ทัน เพราะหากเบรกหรือหักหลบอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ใหญ่กว่านี้ได้ หรือบางกรณีเราหักหลบลงข้างทางเราอาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิตแทน

            แต่ก็เช่นกันหากเราตัดสินใจที่ชนสัตว์ไปแล้วเกิดความเสียหายขึ้นกับรถของเราถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อีกเช่นกัน เพราะในบางกรณีเราก็ไม่รู้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชนสัตว์ที่วิ่งตัดหน้ารถเรานั้น ประกันรถยนต์ที่ทำไว้จะให้ความคุ้มครองในส่วนนี้หรือไม่นั่นเองค่ะ

ขับรถชนสัตว์ เคลมประกันรถยนต์ได้มั้ย

            คำตอบคือ เคลมได้ ค่ะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุชนสัตว์และรถมีความเสียหาย คุณสามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ประกันรถยนต์ได้ค่ะว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไร ในกรณีแบบนี้ บริษัทประกันรถยนต์มักจะตีความสถานการณ์จะเข้าข้างผู้ขับขี่ เนื่องจาก ถนนไม่ใช่สถานที่สำหรับสัตว์ การที่สัตว์ต่างๆมาเพ่นพ่านบนถนน เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และหากรถของคุณมีประกันชั้น1 ก็ไม่ต้องกังวลใดๆเลยค่ะ สามารถแจ้งเคลมได้ และในกรณีนี้คุณไม่ต้องเสียค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) ให้กับบริษัทประกันรถยนต์ด้วย เพราะมี สัตว์ที่คุณชนเป็นคู่กรณีนั่นเองค่ะ

            และอาจจะพูดได้ว่านี่ถือเป็นข้อดีอีกหนึ่งข้อที่เราได้จากการทำประกันรถยนต์ในแต่ละปีของเราได้เช่นกันนะคะ

 

เลือกต่อประกันรถยนต์กับบริษัทเดิมดีจริงมั้ย

เมื่อถึงเวลาที่เราต้องต่อประกันรถยนต์ หากว่ารถของเราเป็นรถที่มีอายุไม่เกิน 5ปี หลายๆคนมักเลือกต่อประกันรถยนต์กับบริษัทประกันเดิมที่เรามีการใช้บริการในปีที่ผ่านมา แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่เลือกที่จะมองหาข้อเสนอดีๆจากบริษัทประกันภัยรถยนต์แห่งใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะไม่ว่าใครก็ย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองอยู่แล้ว

ต่อประกันรถยนต์กับบริษัทเดิมดีจริงมั้ย

            คำถามนี้เราเองก็คงให้คำตอบแบบฟันธง 100% ไม่ได้ว่าการเลือกต่อประกันรถยนต์กับบริษัทเดิมดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะการใช้งานรถยนต์ของเราย่อมไม่เหมือนกัน รวมถึงบริษัทประกันที่เราใช้บริการอยู่ก็เป็นคนละบริษัทกันด้วยนั่นเองค่ะ แต่หากคุณกำลังสงสัยในข้อนี้อยู่ เราก็อยากจะแนะนำให้ลองพิจารณาจากกรณีต่อไปนี้ควบคู่กับการตัดสินใจไปด้วยค่ะ

1.บริษัทประกันรถยนต์ปัจจุบัน : คุณควรมองย้อนกลับไปว่า 1ปีที่ผ่านมา บริษัทประกันรถยนต์ที่คุณใช้บริการอยู่นั้น คุณพอใจในบริการของบริษัทประกันภัยรถยนต์นั้นๆหรือไม่ และหากคุณรู้สึกไม่พอใจในบริการที่ได้รับในปีที่ผ่านมา คุณก็มองหาบริษัทประกันภัยรถยนต์แห่งใหม่ได้เลยค่ะ

2.สอบถามค่าเบี้ยประกันและทุนประกันจากบริษัทประกันภัยรถยนต์เดิม : โดยปกติแล้วเมื่อประกันภัยรถยนต์ของคุณใกล้จะหมดอายุ คุณจะได้รับการติดต่อจากบริษัทประกัน เพื่อสอบถามว่าคุณต้องการจะต่อประกันภัยรถยนต์ในปีต่อไปกับเขาหรือไม่ คุณสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับค่าเบี้ยประกันและทุนประกันที่คุณจะได้รับในปีต่อไปได้เลยค่ะ เพื่อใช้ในการพิจารณาว่าจะต่อประกันรถยนต์ได้เลยค่ะ

3.เปรียบเทียบเบี้ยประกัน : ใครๆก็อยากได้เบี้ยประกันราคาถูกจริงมั้ยคะ และการเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์นี่แหละค่ะ ที่จะทำให้เราได้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ถูก และความคุ้มครองที่เราพอใจ

            ดังนั้นการเลือกต่อประกันรถยนต์ในแต่ละครั้ง นอกจากความคุ้มครอง ค่าเบี้ยประกันที่เราต้องพิจารณาแล้ว ก็อย่าลืมสำรวจความพึงพอใจที่ได้จากการใช้บริการบริษัทประกันภัยรถยนต์ในปีที่ผ่านมาประกอบด้วยนะคะ

ประกันภัยรถยนต์แบบกลุ่มคืออะไร

Insurance Policy

Document of Insurance Policy, Life; Health, car, travel, for background

เราทำประกันภัยรถยนต์แน่นอนว่าหากเราได้รับส่วนลดหรือมีวิธีที่ทำให้ได้เบี้ยประกันที่ถูกลงย่อมเป็นเรื่องที่ดีกับตัวเราและเงินในกระเป๋าของเราถูกมั้ยคะ นอกจากทริคการเลือกซื้อประกันรถยนต์ยังไงให้ได้ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่ถูกที่สุดที่หลายๆคนแนะนำแล้ว เราเชื่อหลายคนยังไม่รู้ว่าการซื้อประกันภัยรถยนต์แบบกลุ่มก็มีส่วนช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้ค่ะ

ประกันภัยรถยนต์แบบกลุ่มคืออะไร

ประกันภัยรถยนต์แบบกลุ่มนี้ คือประกันภัยรถยนต์ที่จะทำให้เราได้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์มากขึ้น และเพื่อให้ผู้เอาประกันภัย ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่มีรถสนใจทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมากขึ้นนั่นเองค่ะ

ต้องมีรถกี่คันถึงทำสามารถประกันภัยรถยนต์แบบกลุ่มได้  

1.ถ้าผู้ทำประกันเป็นพนักงาน ลูกจ้าง อยู่ในหน่วยงานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเอกชน ที่ต้องการทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทประกันภัยพร้อมกัน ต้องมีจำนวนรถยนต์ทั้งหมด 20 คันขึ้นไป

2.ในกรณีที่เป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (คู่สมรส บิดา มารดา บุตร หรือพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน) จะต้องมีทำการประกันภัยรถยนต์ไว้กับบริษัทประกันภัยรถยนต์เดียวกันตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป

นอกจากรถยนต์จะสามารถทำประกันภัยรถยนต์แบบกลุ่มนั้น รถจักรยานยนต์ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันค่ะ แต่มีข้อแม้ว่า รถจักรยานยนต์จะนับรวมกับจำนวนรถจักรยานยนต์เท่านั้น จะนำมานับรวมกับจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถยนต์ประเภทอื่นไม่ได้ และในส่วนของการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยจะพิจารณาแยกตามประวัติการใช้รถของรถแต่ละคัน จะไม่ถูกนำมานับรวมกันค่ะ

พูดง่ายๆก็คือการทำประกันภัยรถยนต์แบบกลุ่มนั้นเหมาะสำหรับบริษัทใหญ่ๆที่มีการทำประกันภัยรถยนต์แบบกลุ่มให้พนักงานของตัวเอง และสำหรับครอบครัวที่มีรถยนต์หลายคันนั่นเองค่ะ

 

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับประกันชั้น 3

ผมเห็นเพื่อนๆหลายๆคนมีคำถามกับประกันรถยนต์ชั้นสามทางโซเชียลและเว็บบอร์ด ผมเองก็เป็นคนนึงที่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเกี่ยวกับการทำประกันภัยรถยนต์พอสมควร ก็เลยชอบที่จะตอบคำถามเพื่อนๆเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์อยู่บ่อยครั้ง วันนี้ผมรวบรวมคำถามเกี่ยวกับประกัน ชั้น 3 มาให้เพื่อนๆที่ยังมีข้อสงสัยได้ลองอ่านกันดู ผมเชื่อว่าเพื่อนๆจะได้เข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ชั้นสามมากยิ่งขึ้น

บริษัทประกันภัยรถยนต์แบบไหนเรียกว่ามีความน่าเชื่อถือ

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกัน ชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณีครับ คล้ายๆกับประกันรถยนต์ตาม พ.ร.บ. ที่คุ้มครองเฉพาะคู่กรณีครับ แต่ว่าประกันชั้น 3 จะคุ้มครองทรัพย์สินของคู่กรณีด้วย ส่วนมากประกัน ชั้น 3 จะมีวงเงินประกันต่ำนะครับ ประมาณ 100,000 บาท แล้วแต่ข้อเสนอที่แต่ละบริษัทจะมอบให้ ยกตัวอย่างเช่น ขับรถชนกัน ค่าซ่อมรถของเราประกันภัยจะไม่จ่ายให้ แต่ค่าซ่อมรถของคู่กรณีประกันภัยจะจ่ายให้ ภายใต้วงเงิน 100,000 บาท ถ้าเกินวงเงิน เราต้องจ่ายเองนะครับ

ประกันรถยนต์ชั้น 3 ที่ไหนดีที่สุด

ตอบไม่ได้ครับ แล้วแต่เงื่อนไขว่ารถยนต์ ประวัติการขับขี่ และอื่นๆอีกมากมายของคุณเป็นยังไง คำว่าดีที่สุดน่าจะหมายถึงถูกและเคลมง่ายที่สุด ดังนั้นวิธีดูง่ายๆก็ให้เราดูวงเงินประกันกับเบี้ยประกันเพื่อเปรียบเทียบกัน จากเว็บไซต์เทียบประกันออนไลน์ก็ง่ายดีครับ   เพราะส่วนมากเงื่อนไขประกันชั้น 3 จะเหมือนๆกันหมด ดังนั้นเริ่มเทียบจากราคาง่ายที่สุด       อีกอย่างที่ต้องเทียบก็คือการบริการ ให้หาข้อมูลรีวิวหรือสอบถามจากคนรู้จักก็ดีครับ เพราะแต่ละพื้นที่ก็มีทีมงานต่างกัน

ประกันรถยนต์ชั้น 3 ดียังไง

ถูกครับ ราคาถูกที่สุดในบรรดาประกันภัยอื่นๆทั้งหมด ถ้าเทียบกับประกันภัยชั้น 1 แล้วราคาถูกกว่าหลายเท่า โดยมากประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 แบบไม่รวม พ.ร.บ. จะเริ่มที่ประมาณ 2,000 บาทในขณะที่ประกันชั้น 1 มักจะเริ่มที่ 10,000 บาท       อีกอย่างนึงคือประกัน ชั้น 3 ไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับตัวรถ ขอแค่ถูกกฏหมาย จะเก่าแค่ไหนก็เก่าได้เต็มที่

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เหมาะกับรถยนต์แบบไหน

รถยนต์ที่มีอายุครับ ไม่ได้ใช้บ่อยๆยิ่งดี เพราะเวลามันเสื่อมสภาพพังเองประกันภัยมันไม่จ่ายอยู่แล้ว ใช้ประกันชั้น 3 ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของเบี้ยประกันได้เยอะ แล้วถ้าเราเอามันออกไปชนเราก็มีประกันคุ้มครองคู่กรณี และเราอาจจะไม่ต้องรีบซ่อมแซมรถยนต์ขนาดนั้นอยู่แล้ว ค่าเบี้ยประกันก็อาจจะไม่ส่งผลมากนะ

ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

 

 

why-do-you-need-cheap-car-insurance

  เคยสังเกตกันมั้ยคะว่าในทุกครั้งที่เราต้องซื้อประกันภัยรถยนต์ หรือการต่อประกันภัยรถยนต์ในแต่ละครั้ง ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของแต่ละคนมักจะมีราคาไม่เท่ากัน บางทีค่าเบี้ยประกันรถยนต์ของเพื่อนก็ถูกกว่าของเรา ทั้งๆที่ใช้บริการประกันภัยรถยนต์จากบริษัทเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมค่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่เราต้องจ่ายถึงไม่เท่ากัน วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเบี้ยประกัน

1.เพศและอายุ หากอิงตามสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น วัยรุ่นชายจะมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าวัยรุ่นผู้หญิง นี่จึงเป็นเหตุผล ที่มีค่าเบี้ยประกันรถยนต์ของวัยรุ่นชายจะมีราคาแพงกว่าผู้หญิง และในทางกลับกัน ค่าเบี้ยประกันของชายสูงอายุ จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าผู้หญิงสูงอายุ นั่นเองค่ะ

2.สภาพสมรส อิงตามสถิติ ชายที่มีครอบครัวจะเกิดอุบัติเหตุน้อยครั้งกว่า ชายโสด เพราะฉะนั้น คนที่แต่งงานแล้วจะมีเบี้ยประกันที่ถูกกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับประวัติการขับขี่ของตัวเราเองด้วย หากคุณไม่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุเลย เบี้ยประกันของคุณก็จะถูกลงค่ะ

3.ท้องถิ่นที่คุณขับขี่รถยนต์ เช่นหากพื้นที่การใช้รถของคุณไม่มีการจราจรหนาแน่น ข้อนี้ก็จะส่งผลให้เบี้ยประกันถูกกว่า คนที่ใช้รถในพื้นที่ที่จราจรมีความหนาแน่นสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจำนวนระยะทางการขับรภในแต่ละปี รวมถึงจุดประสงค์การใช้รถก็จะถูกนำมาคำนวนเบี้ยประกันของคุณด้วยค่ะ

4.ประเภทของรถ แน่นอนว่ารถที่มีราคาถูกกว่า เบี้ยประกันจะถูกกว่า ทั้งนี้เพราะบริษัทประกันมักจะพิจารณาค่าเบี้ยประกันจากราคาการซ่อมรถในแต่ละครั้งด้วย

5.ประวัติการขับขี่ ข้อนี้สำคัญมากค่ะ เพราะประวัติการขับขี่นั้นสามารถบอกได้ว่า การขับรถของคุณมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่จะเกิดอุบัติเหตุ เพราะเคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อนบ่อยๆ คุณก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่แพงกว่านั่นเองค่ะ

 

ใช้ชีวิตสะดวกสบายง่ายๆ เพียงซื้อประกันออนไลน์

วิริยะประกันภัย

        สำหรับลูกค้าของประกันภัยวิริยะอาจจะคุ้ยเคยกับวิธีการให้บริการของวิริยะกันอยู่แล้ว แต่สำหรับลูกค้าใหม่ที่เพิ่งออกรถ หรือกำลังมองหาประกันภัยรถยนต์อยู่นั้น ในตอนนี้เราสามารถซื้อประกันภัยวิริยะผ่านช่องทางออนไลน์ไว้ให้บริการแล้วค่ะ

            สำหรับช่องทางออนไลน์ของประกันภัยวิริยะนั้น มีให้บริการตั้งแต่การเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ที่เพียงกรอกข้อมูลเราจะได้ทราบเบี้ยประกันที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 ชั้น 2 หรือ กรมธรรม์ประกันรถยนต์อื่นๆ เมื่อได้เบี้ยประกันที่ตรงใจแล้วต้องการสั่งซื้อประกันทางช่องทางออนไลน์ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ขั้นตอนและวิธีการซื้อประกันภัยรถยนต์ออนไลน์

            1.ค้นหาประกันภัยออนไลน์: ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยรถยนต์ หรือ ประกันภัยอื่นๆ โดยการเลือกแบบประกันภัยในช่อง “ผลิตภัณฑ์ประกันภัย” จากนั้นคลิก “ดูรายละเอียด” จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูบของประกันที่เราเลือกขึ้นมาค่ะ

            2.คำนวณเบี้ยประกันภัย: ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ จะต้องระบุ ระบุยี่ห้อรถ, รุ่นรถ และชนิดการจดทะเบียน ส่วนการประกันภัยอื่นๆจำเป็นต้องระบุสิ่งปลูกสร้างหรือแผนประกัน ขึ้นอยู่กับแบบประกันภัยแต่ละแบบ จากนั้นคลิก คำนวณเบี้ยประกันภัย” ระบบจะแสดงจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระ

            3.สั่งซื้อประกันภัย: คลิก “สั่งซื้อประกันภัย” เพื่อดำเนินการต่อ สำหรับการสั่งซื้อประกันภัยรถยนต์ และหากลูกค้าต้องการจะซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไปในคราวเดียวกันก็สามารถทำได้ โดยระบบจะคำนวณเบี้ยประกันรวม พ.ร.บ. ใหม่ให้

          4.แบบฟอร์มคำขอประกัน ผู้ขอเอาประกันภัยต้องกรอกข้อมูลที่จำเป็นให้ครบถ้วน และควรอ่านรายละเอียดความคุ้มครองที่มีในกรมธรรม์ให้เรียบร้อย เพื่อความถูกต้องในการสั่งซื้อและจัดส่งกรมธรรม์ และเมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงรายละเอียดการสั่งซื้อ คลิก “บันทึกข้อมูล” เพื่อดำเนินการต่อ หรือหากต้องการคำนวณเบี้ยประกันภัยใหม่ คลิก “คำนวณเบี้ยประกัน” หรือหากต้องการแก้ไขข้อมูล คลิก “แก้ไขคำขอประกัน”

            5.ชำระเบี้ยประกันภัย สามารถเลือกชำระได้ทั้งผ่านบริการบัตรเครดิต (Credit Card) และ บริการบัตรเดบิต (Debit Card)

            6.หลังจากชำระเบี้ยประกันภัยเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงหมายเลขการสั่งซื้อซึ่งใช้ในการอ้างอิงและติดตามรายการสั่งซื้อ นอกจากนี้ ระบบจะทำการส่งอีเมล์สรุปรายการสั่งซื้อให้เรา เพื่อเป็นการยืนยันว่าระบบได้บันทึกรายการเรียบร้อยแล้ว

            7.รับความคุ้มครอง: เมื่อได้รับการยืนยันการสั่งซื้อเราจะได้รับความคุ้มครองตามวันและเวลาที่ระบุไว้ในประกันภัยออนไลน์ และได้รับการจัดส่งกรมธรรม์ / ใบเสร็จ / ใบกำกับภาษี ตามที่อยู่ที่ระบุไว้

ซึ่งข้อดีของการซื้อออนไลน์คือ เราสามารถเลือกวันที่เริ่มต้นประกันได้เอง และระบบจะคำนวนวันสิ้นสุดกรมธรรม์ให้เราอัตโนมัติ และไม่ต้องเสียเวลาสมัครสมาชิกให้ยุ่งยาก  หากใครสนใจใช้บริการประกันออนไลน์ของ ประกันภัยวิริยะ สามารถเข้าไปกันได้ที่ ซื้อประกันภัยวิริยะออนไลน์

ประกันภัยรถยนต์เมืองไทย มีอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์เมืองไทย หรือชื่อเต็มๆว่า บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของ2 บริษัทของธุรกิจประกันวินาศภัย ได้แก่ บริษัท ภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เมืองไทยประกันภัยจำกัด” ซึ่งถือเป็นการผนึกกำลังและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจรับประกันภัย โดยดำเนินการโดยใช้จุดแข็งและความเชี่ยวชาญของ 2 บริษัท โดยเป็นการเสริมจุดเด่นของกันและกันและเพื่อตอบสนองนโยบายการเปิดเสรีธุรกิจประกันภัยในอนาคต

ล่าสุด ประกันภัยรถยนต์เมืองไทย มีสินค้าประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่เป็นแพ็คเกจใหม่ล่าสุด สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่ามาแนะนำค่ะ

1.ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 : เมืองไทย Super Max คนทำงาน เพียงแสดงบัตรพนักงาน รวมถึงบัตรข้าราชการ และบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ และรับสิทธิพิเศษ เบี้ยประกันภัยราคาสุดคุ้ม ด้วยความคุ้มครองสุด MAX เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 8,000 บาท *

สิทธิพิเศษที่คุณจะได้รับจาก ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 : เมืองไทย Super Max คนทำงาน

1.ฟรีบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

  1. ฟรีบริการยก/ลากรถ ระยะทางไม่เกิน 30 กม. ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

3.ฟรีบริการให้คำปรึกษาด้านเทคนิคตลอด 24 ชม. กรณีรถเสีย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

4.ฟรีนำกุญแจสำรองมาที่เกิดเหตุ ระยะทางไม่เกิน 30 กม. ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

5.ฟรีจัดหาช่างกุญแจเพื่อเปิดรถ ครั้งละไม่เกิน 1,500 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

6.ฟรีบริการเติมน้ำมัน กรณีน้ำมันหมดฉุกเฉิน ให้ 10 ลิตร ต่อปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

7.ฟรีบริการโรงแรมที่พัก หรือรถเช่า กรณีรถเสียห่างจากที่พักเกิน 100 กม. วงเงินไม่เกินวันละ 1,500 บาท (สูงสุด 2 วัน จำนวน 1 ครั้ง ต่อปี)

นอกจากให้ความคุ้มครองที่กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 Super Max คนทำงาน ยังให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากภัยก่อการร้ายอีกด้วย

อัตราค่าเบี้ยประกันภัย แบบระบุชื่อผู้ขับขี่

00

เนื่องจากเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุมิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัย และอุบัติเหตุนั้นเป็นความรับผิดของผู้ขับขี่ หรือบุคคลภายนอกแต่ไม่รู้ตัวผู้ต้องรับผิด ผู้เอาประกันภัย จะต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุ ในความเสียหายทรัพย์สินคู่กรณี 2,000.– บาทแรก และ 6,000.- บาทแรกของความเสียหายของตัวรถยนต์ที่เอาประกัน 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเช็คค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ได้ที่ : https://finance.rabbit.co.th/car-insurance

ประกันรถชั้น 1 ดีกว่ายังไง?

ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์พื้นฐานเนี่ยมีทั้งหมด 4 ประเภท ทุกประเภทมีการคุ้มครองที่แตกต่างกัน พูดให้เข้าใจง่ายๆว่าบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้เราภายใต้เงื่อนไขที่ต่างกันในแต่ละประเภท โดย 5 ประเภทประกอบไปด้วยประเภทแรกคือแบบ พ.ร.บ. เป็นการประกันภัยรถยนต์ตามกฏหมายนะครับ ต้องมีทุกคัน คุ้มครองเฉพาะความบาดเจ็บของคู่กรณี เฉพาะค่าพยาบาลนะครับ รถไม่เกี่ยว ต่อมาคือประกันรถชั้น 3 เพิ่มการคุ้มครองค่าเสียหายรถยนต์ของคู่กรณีขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง ต่อด้วยประกันรถยนต์ชั้น 2 ที่จะเพิ่มเงื่อนไขกรณีที่รถยนต์ของคุณไฟไหม้ขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง รถชนไม่นับนะ เฉพาะไฟไหม้ สุดท้ายคือประกันรถชั้น 1 ที่ผมจะมาอธิบายให้ฟังว่ามันดีกว่าประกันรถยนต์ประเภทอื่นอย่างไร มันเป็นถึงชั้น 1 มันจะดีกว่าชั้นอื่นขนาดไหน

เรารู้คร่าวกันๆไปแล้วว่าประกันรถยนต์ประเภท พ.ร.บ. ชั้นสาม ชั้นสอง ต่างกันยังไง ทีนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับประกันรถชั้น 1 กัน ผมสรุปออกมาง่ายๆว่าคุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1

  1. ความเสียหายของรถยนต์ของคู่กรณี
  2. ค่ารักษาพยาบาลของบุคคลที่สาม(คู่กรณี)
  3. รถยนต์ของเราเกิดไฟไหม้ แผลไฟไหม้ หรือสูญหาย
  4. รถยนต์ของเรากรณีประสบอุบัติเหตุ

ดูเผินๆจะเหมือนกับว่าเป็นชนิดที่คุ้มครองเราทุกรูปแบบ แต่ประกันรถชั้น 1 เองก็มีช่องโหว่บางส่วน ที่เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่าประกันรถชั้น 1 ใช่ว่าจะคุ้มครองเราตลอดเวลาแบบที่คิดกัน

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้

  • เรื่องบางเรื่องมันเกิดขึ้นยากมากเค้าไม่ได้บอกเราทุกครั้ง เช่นภาวะสงครามหรืออาวุธระเบิดปรมาณูเกิดขึ้นกับรถยนต์ของเรา ประกันจะไม่จ่ายให้นะครับ และเงื่อนไขอุบัติภัยต่างๆที่บางบริษัทประกันภัยไม่ได้รองรับคุ้มครองนอกจากเราจะทำพิเศษเพิ่มเติมอย่างน้ำท่วม แผ่นดินไหวเป็นต้น ซึ่งพูดกันตามตรงก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้กับประเทศไทยของเราเนอะ เดี๋ยวก่อรัฐประหาร เดี๋ยวน้ำท่วม
  • ทรัพย์สินในรถยนต์ของเราไม่ได้อยู่ในขอบเขตประกันภัยนะจ้ะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกัน สมมุติว่าเราซื้อเฟอนิเจอร์กลับมาแล้วเกิดอุบัติเหตุเฟอนิเจอร์เสียหาย บริษัทประกันภัยจะไม่จ่ายค่าเฟอนิเจอร์ให้เรา แต่อาจจะช่วยเรียกร้องกับคู่กรณีให้ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องแล้วแต่จะตกลงกันเอง ในบางกรณีบริษัทประกันภัยอาจจะคุ้มครองค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินในรถยนต์ของคู่กรณีถ้าเราเป็นฝ่ายผิด ตัวอย่างเดียวกันว่าถ้าเค้าเฟอนิเจอร์เค้าเสียหาย ประกันภัยเราจะจ่ายให้ถ้าเราเป็นคนผิดไปชนเขา

 

 

glrxej

 

เงื่อนไขบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในกรมธรรม์ เรื่องบางอย่างที่ประกันภัยซ่อนอยู่ในกรมธรรม์ของเราโดยที่ความที่เราขี้เกียจอาจรายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมด เราอาจจะไม่ได้สังเกตจึงทำให้ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเคลมค่าประกันไม่ได้ เช่นถ้าเราเป็นคนผิด เป็นคน’ประมาทเลินเล่อ’ เราต้องจ่ายค่าเสียหายเองด้วย หรือประกันภัยบางบริษัทอาจจะมีค่าเสียหายแรกก่อนแต่ไม่ได้บอกเราตอนที่เราทำ ต้องสังเกตกรมธรรม์ดีดี หรือถ้าไม่เข้าใจให้สอบถามตัวแทนทันที จะได้ไม่เข้าใจผิดนะจ้ะ

ไทยวิวัฒน์ประกันภัย

ก่อตั้งใน พ.ศ.2494 โดยได้ Mr. B. L. Hua ประธานหอการค้าไทย-จีน มาเป็นประธานกรรมการ

บริษัท โดยมีความเชื่อและตั้งใจว่าบริษัทประกันภัยจะมีความสำคัญต่อฐานเศรษฐกิจและความสุขของคนไทย โดยเริ่มต้นที่ทุนจดทะเบียนมูลค่า 10 ล้านบาท มีผลิตภัณฑ์เพียงประกันอัคคีภัยและประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล จนกระทั่ง พ.ศ. 2517 ที่ไทยวิวัฒน์ประกันภัยได้ขยายผลิตภัณฑ์ออกไปทำประกันภัยเบ็ดเตล็ดและประกันภัยรถยนต์ ใน พ.ศ. 2523 ได้เริ่มนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และวิทยุสื่อสารเข้ามาใช้ในการบริการลูกค้า ทำให้มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ จนได้รับรางวัล HI-Tech Award ในด้านการบริการ ใน พ.ศ. 2532 จึงได้ตัดสินใจผันตัวมาเป็นเป็นบริษัทมหาชนใน พ.ศ. 2534 ไทยวิวัฒน์ประกันภัยยังแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเนื่องในโอกาสครบ 50 ปีบริษัทที่ผ่านมา โดยก่อตั้งโครงการ “Thaivivat Privileged Program” ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง ตั้งกองทุน “50 ปีประกันภัยไทยวิวัฒน์” ร่วมกับมูลนิธิโรคมะเร็ง และก่อตั้ง “มูลนิธิไทยวิวัฒน์” เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์อีกมากมาย

r_42473

บริษัทประกันภัยรถยนต์ ไทยวิวัฒน์

ไทยวิวัฒน์ประกันภัยมีหลักในการดำเนินธุรกิจง่ายๆสี่ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. ความรับผิดชอบ ต่อการดำเนินงานและการกระทำ
  2. ความโปร่งใส ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
  3. การมีกติกาที่ชัดเจน ต้องมีนโยบาย การจัดการบริหารที่ดี กฏระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษร
  4. การมีส่วนร่วม ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง บริษัทจะสมดุลระบบปฏิบัติการ นโยบาย ที่โปร่งใสชัดเจนเพื่อให้เกิดความพึงพอใจในทุกทุกฝ่าย เช่น ผู้ถือหุ้น ลูกจ้าง ลูกค้า เจ้าหนี้ รัฐบาล สาธารณชน

 

        ปัจจุบันไทยวิวัฒน์ประกันภัยมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยหลักๆอยู่ 5 รูปแบบประกอบด้วยประกันอัคคีภัย ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยขนส่งสินค้า ประกันภัยเบ็ดเตล็ด และการรับประกันต่อ สี่แบบแรกคงจะเข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่ไทยวิวัฒน์ประกันภัยมีรูปแบบผลิตภัณฑ์การรับประกันต่อ คือการรับช่วงประกันต่อจากบริษัทประกันภัยอื่นๆ แต่จะรับรองเฉพาะบริษัทประกันภัยที่มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐานและเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ใกล้เคียงกัน และไทยวิวัฒน์เองก็มีการส่งสัญญาประกันภัยต่อให้บริษัทอื่นๆในลักษณะตามเงื่อนไขด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงของบริษัทประกันภัยอื่นๆและไทยวิวัฒน์ประกันภัยเองโดยถือเป็นการรับกระจายความเสี่ยงตามหลักประกันภัย ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆก็มีเงื่อนไขและการคุ้มครองที่มีมาตรฐานเดียวกับบริษัทประกันภัยชั้นนำทั่วประเทศ ประกันภัยรถยนต์มีสามประเภทคือประกันรถยนต์ชั้น 1, 2 และ 3 รวมไปถึงประกันภัยรถยนต์ตาม พ.ร.บ. อีกด้วย

นอกจากจะเป็นบริษัทประกันภัยที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือแล้ว ไทยวิวัฒน์ประกันภัยยังสนับสนุนนโยบายช่วยเหลือสาธารณชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจราจรการขับขี่ การรณรงค์ต่างๆเพื่อสังคม แม้ว่าไทยวิวัฒน์จะไม่ใช่บริษัทประกันภัยที่เก่าแก่ที่สุดในไทย แต่ก็เป็นบริษัทหนึ่งที่ห่วงใยประชาชนคนไทยอย่างแท้จริงมาอย่างเนิ่นนาน และด้วยความสัตย์จริงต่อลูกค้า ทำให้บริษัทประกันภัยบริษัทนี้ มีความมั่นคงและแน่วแน่ในหลักการของตนเอง

ประกันภัยรถยนต์ 2 ของวิริยะ เหมาะกับรถประเภทไหน

วิริยะประกันภัยอาจจะเคยแนะนำประกันภัยรถยนต์ของวิริยะประกันภัยกันไปบ้างแล้ว แต่วันนี้จะมาพูดถึงประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส ของวิริยะประกันภัยรถยนต์กันค่ะ

ประกันภัยรถยนต์ 2 ที่วิริยะประกันภัยมีนั้น ไม่ได้มีเพียงรถเก๋งเท่านั้นนะคะ แต่ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส มีให้เลือกไม่ว่ารถของคุณจะเป็นรถเก๋งส่วนบุคคล รถปิคอัพส่วนบุคคล หรือรถปิคอัพที่ใช้เชิงพาณิชย์ก็ตาม ประกันภัยรถยนต์ 2 ของวิริยะประกันภัยนั้น มาพร้อมกับความคุ้มครอง 2 แพ็คเกจ นั่นคือ ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส และ ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส เอ็กตร้า

1.ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส : ทำได้ทั้งรถเก๋งส่วนบุคคล (รหัส110) รถปิคอัพส่วนบุคคล (รหัส210) และรถปิคอัพที่ใช้เชิงพาณิชย์(รหัส320) โดยมีเบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 7,700 บาท

1.ให้ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

2.ให้ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์

3.ให้ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์

4.ให้ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก (กรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกและเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกต่อความเสียของตัวรถยนต์ผู้เอาประกันภัย ไม่เกิน 2,000 บาท)

2.ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส Extra : ทำได้ทั้งรถเก๋งส่วนบุคคล (รหัส110) รถปิคอัพส่วนบุคคล (รหัส210) และรถปิคอัพที่ใช้เชิงพาณิชย์(รหัส320) โดยมีเบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 10,800 บาท

1.ให้ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

2.ให้ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์

3.ให้ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์

4.ให้ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก (กรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกและเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกต่อความเสียของตัวรถยนต์ผู้เอาประกันภัย ไม่เกิน 2,000 บาท)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส จะให้ความคุ้มครองเหมือนกับประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 แต่จะคุ้มครองก็ต่อเมื่อ “เกิดเหตุรถผู้เอาประกันชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น” ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ประกันภัยรถยนต์ 2 นั้นเหมาะกับผู้ที่ใช้รถน้อยและมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะทางบก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ก็ตาม และเหมาะกับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป ที่ต้องการได้รับความคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทั้งนี้ทั้งนั้นบริษัทรับประกันภัยรถยนต์บางแห่งรับประกันรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 12-15 ปีเป็นต้นไปค่ะ แต่ที่ ประกันภัยรถยนต์ 2 ของวิริยะ นั้นรับประกันรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 7ปีขึ้นไปค่ะ